ช่วงนี้สอนนักศึกษาด้านเกมดีไซน์ ส่วนใหญ่จะให้เริ่มจากการวิเคราห์เกมก่อนครับ
โดยสิ่งที่เราต้องการหลักๆจากแบบฝึกหัดวิเคราห์เกมนี้คือ
- รู้จักมองหา feature ที่ดีดีของเกมที่กำลังวิเคราห์
- รู้ว่าที่ว่าดี ที่สนุก หรือว่าที่มีเสน่ห์นั้น เป็นอย่างไร? โดยให้คิดผ่านมุมมองของผู้เล่น
- พยายามวิเคราห์ให้ได้ว่า feature ที่ว่านั้นเค้าสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร?
เนื่องจากว่าก่อนที่เราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดีได้นั้น เราก็ควรจะรู้ก่อนใช่มั๊ยครับ ว่าสิ่งที่เรียกว่าดีนั้นคืออะไร? ทำได้อย่างไร
โดยเริ่มต้นจากการพยายามศึกษางานของคนอื่นดูซิว่าเค้าทำตรงนั้นได้ดีขนาดนี้ มีฟีเจอร์นี้ที่คนชอบมากนะ คนติดเลย เล่นแล้วสนุกมากได้ความรู้สึกที่ดี เราก็ต้องมาพยายามดูว่าเค้าทำตรงนั้นๆไปถึงจุดที่เป็นได้ขนาดนั้นได้อย่างไร
ซึ่งตรงนี้ต้องระวัง เพราะนักศึกษาโดยมากจะติดกับดักของการวิเคราห์เกม คือไปเล่นมาแล้วรู้ว่าตัวเองชอบตรงไหน แล้วก็เอามาเล่าว่าตรงนี้ชอบมากนะ เป็นอย่างนี้อย่างนี้ แต่ว่าไม่ได้เจาะลึกลงไปว่า ทำไมถึงได้ชอบ แล้วเค้าทำตรงนั้นได้อย่างไร ตรงนี้เป็นแบบฝึกหัดความคิดที่จริงๆเราสามารถทำได้ตลอดเวลา พอลองเล่นเกมดูแล้วต้องลองคิดดูว่าเอ๊ะ ถ้าจะมาให้ถึงตรงนี้ให้ได้อย่างที่พี่เค้าทำเนี่ย ต้องมีอะไรบ้างต้องทำขนาดไหน ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างนะ
และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างนึกก็คือ บางทีจะไปนึกว่าเกมที่ดีจะต้องมี feature ซ้ำๆกัน เหมือนๆกัน เกมนั้นมีเกมนี้ต้องมีด้วยนะไม่งั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ เช่นเรื่องมีไอเท็มให้ซื้อ มีรางวัลแจก มีการหมุนไข่ มีโน่นมีนี่ เกมอื่นเค้ามีต้องมีด้วย มันก็ใช่อ่ะครับ แต่ว่ามีแล้วทำได้ดีหรือเปล่า ไม่ใช่สักแต่ว่าใส่ใส่เข้าไป หรือว่ามีแล้วดูมาหรือเปล่าว่ามันมีไปทำไม มีแล้วมันทำได้เอฟเฟคอย่างที่เกมอื่นเค้าทำหรือเปล่า
ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า เราได้ยินมาว่าโอ้โห ตอนนี้ feature Gachapon หรือการหมุนไข่เป็นที่นิยมมากเลยนะครับ ทำเงินมากเลยต้องมีบ้าง เราก็พยายามใส่เข้าไปในเกมของเรา แล้วเราดูหรือยังครับ ว่าเกมที่เค้าประสบความสำเร็จน่ะ feature นี้พอผู้เล่นเข้าไปเล่นแล้วได้ความรู้สึกอย่างไร? มีความดีกว่าเกมอื่นอย่างไร ทำให้ไปถึงตรงนั้นได้อย่างไร ไม่งั้นก็จะออกมาเหมือนๆกันหมดมันต้องมีความตั้งใจด้วยว่าเกมที่เราทำน่ะมันต้องมีความโดดเด่นแตกต่างให้มันดีกว่าเกมอื่นครับ
วิธีที่เราจะฝึกให้ไปถึงจุดนั้นได้ก็คือการฝึกวิเคราห์เกมครับ
โดยปรกติแบบฝึกหัดที่ผมให้นักศึกษาไปทำนั้นก็คือ
โจทย์: จงไปเล่นเกมมาหนึ่งเกม เลือกเกมที่ตัวเองชอบนี่แหละ แล้วเขียนบทวิเคราห์มาให้ได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคำ (1000 คำ)
วิธีการที่แนะนำ
- จะให้มองหาจุด Unique ที่เกมนั้นๆทำได้ไม่เหมือนเกมอื่นๆ
- จุดที่ Unique นี้นั้นสร้างเสน่ห์ให้กับเกมได้อย่างไร? ทำให้ผู้เล่นรู้สึกดีขึ้นอย่างไร?
- ผู้สร้างทำให้ไปถึงจุดนั้นๆได้อย่างไร? ใช้วิธีการอะไร? ใช้ element อะไรบ้างในการทำ?
- พยายามหาให้ได้อย่างน้อย 3 จุดด้วยกันต่อหนึ่งเกม
- พยายามหลีกเลี่ยงการอธิบายว่าเกมนั้นๆเป็นอย่างไรเฉยๆ เพราะส่วนมากจะเขียนแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยเล่ามาเรื่อยๆว่าเล่นอย่างไรนะ เป็นอย่างนี้นะแล้วก็ทำอย่างนี้นะ โดยที่เข้าไม่ถึงแก่นของการทำสักที เพราะนั่นเป็นแค่การบอกเล่าไม่ใช่การวิเคราะห์
ตัวอย่างการวิเคราห์
จะลองยกตัวอย่างให้ดูนะครับ สมมุติว่าเกมที่ผมกำลังเล่นอยู่ตอนนี้คือเกม World of Warcraft นะครับ สิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ Unique สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดใน WoW ก็คือเรื่อง Pop Culture Parody โดยในเกมนี้จะมีการล้อเลียนสิ่งต่างๆเข้ามาไว้ในเกมตัวเองมากมาย เช่นเอาตัวละครจากหนังดังๆเรื่องอื่นเอามาไว้เป็นตัวละครในเกม หรือใช้วลีดังๆเอามาเปลี่ยนเป็นชื่อเควสเป็นต้น
Pop Culture Reference (การอ้างถึงป๊อปคัลเช่อร์ใน World of Warcraft)
อธิบายโดยคร่าวๆ เกม World of Warcraft ซึ่งเป็นเกม MMORPG ที่อยู่ยั่งยืนนานมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว จะมีส่วนต่างๆของเกมที่อ้างอิงไปถึงหนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรีที่เป็นที่รู้จักกันในโลกแห่งความเป็นจริง อย่างเช่นมีตัวละคร NPC (Non-Player Character) ที่ชื่อคล้ายๆตัวละครในภาพยนตร์ดัง หรืออ้างชื่อมาให้คล้ายๆนักร้องนักดนตรีดัง หรือแม้แต่อ้างอิงไปหาเกมอื่นๆก็มีเช่นกัน
Engagement
เริ่มต้นด้วยการวิเคราห์ก่อนว่าสิ่งนี้ดีตรงไหน โดยส่วนตัวผมคิดว่าการที่มีการอ้างอิงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเล่นก็คือเค้าจะรู้สึกทึ่งก่อน ว่าเฮ้ยๆตรงนี้มันล้อมาจากตรงนั้นว่ะ สร้างความคุ้นเคยระหว่างเกมกับคนเล่นมากขึ้น เหมือนกับว่าเกมนี้โลกนี้มันไม่ได้ห่างไกลไปจากเรามากนะ มันรู้จักเราดีมันก็ใกล้กับโลกจริงๆของเรามากกว่าที่เราคิดนะ แล้วถ้าดูลึกต่อไปจะพบว่าการอ้างมาในหลายๆจุดมีความลึกมากกว่าแค่เอาชื่อมา อาจจะอ้างไปถึงบทพูด ฉากที่ดังๆของหนังเรื่องนั้นๆ มันทำให้บางทีมันก็เป็นสิ่งที่น่าค้นหาต้องไปลองค้นดูซิว่าตรงนี้มันคุ้นๆนะมันมาจากอะไรหว่า?
สรุปว่ามันสร้างทั้งความคุ้นเคย ความทึ่ง ความอยากที่จะค้นหา ทำให้เกมดูมีความลึก น่าเชื่อถือมากขึ้นว่าโลกแฟนตาซีนี้มันมีมากกว่าที่เราเห็นนะ ด้วยการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คนรู้จักอยู่แล้วยิ่งทำให้มันดูลึกและน่าเชื่อมากกว่าสร้างเรื่องราวต่างๆขึ้นมาใหม่เองทั้งหมด เพราะว่าในหัวของเราจะซ้อนทับเรื่องที่เรารู้อยู่แล้วกับเรื่องที่เค้าพยายามสร้างให้เกิดขึ้น ทำให้เหมือนกับว่าทำแค่ สอง แต่ได้ สิบ
Example
นี่คือนาย Harrison Jones อาชีพนักโบราณคดี เปิดตัวตอนที่มีอาชีพรองใหม่ให้เรียนในเกมคืออาชีพ โบราณคดี นายคนนี้จะเป็นอาจารย์สอนเราให้มีความสามารถทางโบราณคดี ซึ่งดูแล้วถ้าใครรู้จัก Indiana Jones ซึ่งแสดงโดย Harrison Ford ก็น่าจะรู้ทันทีว่านายคนนี้มาจากไหน
ซึ่งมันมีมากกว่านั้นอีกไม่ได้เอาแค่ชื่อมานะ ลองดูบทพูดของพี่เค้าซะบ้าง ถ้าเราไปยืนข้างๆพี่เค้าซักพักบางทีเค้าจะปล่อยบทพูดนี้ออกมา
Archaeology is the search for fact. Not truth.
If it’s truth you’re interested in, Cuddy Nordlinger’s Philosophy class is right down the hall.
Janric Moller, Lana Dubing and Darnella Winford laughs.
So forget any ideas you’ve got about lost cities, exotic travel and digging up the world.
Seventy percent of all archaeology is done in library. Research. Reading.
We cannot afford to make mythology at the face value.
Lana Dubing flutters her eyelashes on Harrison Jones.
Ahem! Well… ah, next week: “Tanaris.” Starting with the excavation of Broken Pillar by Marvon Rivetseeker in Year 22.
I will be here doing research if anybody’s got any problems for the next hour and a half.
และนี่เป็นบทของ Indiana Jones จากเรื่อง Indiana Jones and the Last Crusade
Indiana, dressed in professorial tweeds, stands before his class. He turns to the blackboard with a piece of chalk and writes the word: “FACT.”
… the search for fact. Not truth. If it’s truth you’re interested in, Doctor Tyree’s Philosophy class is right down the hall.
Laughter.
So forget any ideas you’ve got about lost cities, exotic travel, and digging up the world. We do not follow maps to buried treasure and “X” never, ever, marks the spot.
Seventy percent of all archaeology is done in the library. Research. Reading.
We cannot afford to take mythology at face value.
The BELL RINGS. Indiana stands at his desk as students begin to disperse. A pretty coed puts a note on the desk.
Next week: “Egyptology.” Starting with the excavation of Naukratis by Blinders Petrie in 1885. I will be in my office if anybody’s got any problems for the next hour and a half.
World of Warcraft and Philosophy: Wrath of the Philosopher King (Popular Culture and Philosophy)
แบบว่าอ้างย้อนไปถึงคนที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับ WoW อีกต่างหาก
นายคนนี้ชื่อว่า Belloc Brightblade ซึ่งอ้างอิงมาจาก René Belloq, คู่แข่งของ Indiana Jones จากเรื่อง Raiders of the Lost Ark
เป็นไงเล่าต้องบอกว่าพี่ Blizzard เค้าทั่วถึงเดี๋ยวผู้เล่นฝ่าย Horde จะน้อยใจเอา
Elements
เพื่อจะให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ ผมคิดว่าทางทีมงานสร้างจะต้องใช้ elements ต่างๆดังนี้ครับ
- โดยปรกติการสร้าง MMORPG ผมคิดว่าสิ่งที่จะเพิ่มเข้าไปในเกมแต่ละส่วนต้องทำให้คุ้มค่า ไม่น่าสร้างอะไรมั่วๆชุ่ยๆเพราะต้นทุนสูง
- สมมุติว่าจากที่ยกตัวอย่างมาเค้าต้องการสร้าง NPC ขึ้นมาหนึ่งตัวเพื่อเอาไว้สอน skill โบราณคดีก็ต้องนึกว่าจะใช้ตัวละครอะไรดี
- เนื่องจากเกมนี้ใช้เทคนิกอ้างจาก pop culture มาเป็นเหมือนคอนเซปของเกมอยู่แล้วก็คงเลือกเอานาย Indiana Jones
- คราวนี้ก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรจะใส่นายคนนี้ลงไปได้เนียนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตา บทพูด เควสที่เกี่ยวข้อง
- ซึ่งผมคิดว่าในการทำงานที่มีแนวทางไปที่ชัดเจนและสามารถหยิบยกเอาเรื่องราวที่คนรู้จักอยู่แล้วเอามาเกี่ยวข้องได้นี้ ทำให้คิดได้ง่ายขึ้นนะ
- ก็คงต้องมีการประชุมกันว่าจะเอาอะไรบ้าง มีประมาณนี้นะ หน้าตาประมาณนี้ บทประมาณนี้ ทุกคนโอเคนะ แล้วก็ทำเลย
- ซึ่งโดยส่วนนี้ผมคิดว่าเกมระดับนี้ต้องมีเอนจิ้นรองรับการใส่โน่นนี่เข้าไปในเกมได้โดยที่ไม่ต้องผ่านโปรแกมเมอร์ทุกครั้งอยู่แล้ว
- ฝ่ายดีไซนเนอร์ก็น่าจะใส่ลงไปได้เลย พอโมเดลเสร็จ เขียนบทพูดเสร็จ ตั้งข้อแม้ต่างๆว่ามาคุยกับตัวนี้จะได้อะไร ให้เควส ซื้อของ ให้ความสามารถ ฯลฯ
- ที่สำคัญคือการเทสลองดูซิว่าให้คนมาเล่นแล้วพอเห็นตัวนี้แล้วรู้สึกอย่างไร? มันโอเคมั๊ย? ได้รับฟีดแบ็กอย่างไรบ้าง จะได้ปรับกันไป
ถ้าใครเล่น WoW แล้วลองเข้าหาดูอีกก็จะมี reference อย่างนี้อีกเยอะมากเลยนะครับเช่น
- ตัวละครชื่อ Adele เป็นแพนด้าที่กลิ้งไปมาแถว The Widening Deep reference มาจากนักร้องชื่อ Adel กับเพลง Rolling in the Deep
- ตัวละครชื่อ Croman ที่มาจาก Conan the Barbarian แต่งตัวหน้าตาคล้ายๆกันเลย
- มีหน่วยงานสายลับชื่อ SI:7 ที่ล้อมาจากหน่วยอ MI:6 ของ James Bond
- และอีกเยอะมากเลยครับ มานั่งๆดูนี่ผมคิดว่านี่มันเป็นเรื่องหลักของเกมนี้เลยนะแบบว่าถ้า reference ได้ให้ reference อะไรซักอย่างไปเลย
สรุป
ก็อย่างที่เห็นล่ะครับ ผมว่ามันเป็นแบบฝึกหัดที่ดีนะ จะได้ฝึกดูเกมต่างๆที่เราเล่น อย่าดูแค่ผิวๆว่าเฮ้ยมีโน่นมีนี่ก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องการวิเคราห์เจาะลึกจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเราจะได้รู้ว่าตอนนี้คนอื่นๆที่เค้าเคยทำของดีดีมาน่ะมันเป็นอย่างไร หรือว่าตอนนี้โลกมันไปถึงไหนแล้ว
ไข่เจียวอ่ะก็มีขายทุกร้านแหละครับ แต่ว่าบางร้านทำอร่อยกว่าอีกร้านนึง เค้าทำได้อย่างไรกันนะ?
ขอให้สนุกกับการออกแบบเกมครับ
—-
Photo Credit : Simon Cunningham https://www.flickr.com/photos/lendingmemo/



ได้อ่านแล้วมองเกมต่างไปจากเดิมเลย
เป็นกำลังใจให้คับ รออ่านบทความต่อไป อิอิ
ติดตามอยู่นะค้าบ 😀