Advertisements
เกริ่น
Game Design Tool อีกอันหนึ่งที่มีประโยชน์ ต่อเนื่องมาจาก Beat Chart ก็คือ Intensity Curve.
What is it? มันคืออะไร?
- Intensity Curve คือกราฟที่เอาไว้อธิบายความเข้มข้นและ flow ของเกม
- ความเข้มข้นหรือ intensity นั้นจะให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือความตื่นเต้น ความอิน(engagement) ความตื่นตาตื่นใจ ความสนุก ณ จังหวะหนึ่ง ๆ เรียกรวม ๆ ว่า intensity คือเกมมันมันส์ขนาดไหนที่จุดนั้นไรงิ
- บางที่อาจจะเรียกว่า Difficulty Curve, Beat Curve, Engagement Curve, Pacing Curve ก็คล้าย ๆ กัน แล้วแต่ว่าอยากจะเน้นไปที่จุดไหน
- เกมส่วนใหญ่ intensity จะผูกอยู่กับความยากง่าย (Difficulty) เลยเรียกว่า Difficulty curve ก็ได้แล้วก็จะบอกว่า ณ จุดนี้เกมมันยากมันง่ายขนาดไหน
- บางทีคุณอาจจะอยากเขียน Intensity ของเรื่อง (Story) มันก็เลยเป็น story beat curve แทน (อันนี้คือที่ในวงการภาพยนต์เค้าใช้กัน ตอนนี้มันตื่นเต้นขนาดไหน? ไรงิ)
- บางคนก็เรียกรวม beat chart กับ intensity curve ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
- Pacing ก็จะเน้นเรื่องความเร็วช้า จุดพักผ่อน
- Flow ก็คือความเป็นไปของเกม
- พอเอาความเข้มข้นแต่ละจุดมาเรียงกันก็จะกลายเป็น flow ของเกม
- flow หรือเรียกว่า pacing ก็ได้
- คล้าย ๆ กับแต่งเพลงอ่ะครับมันต้องมีขึ้นมีลง เน้นหนักเบา เปลี่ยน melody มีท่อน hook ไรงิ
- สำหรับผมคิดว่าใช้ร่วมกันดีที่สุด
- มีทั้งคำอธิบายจาก beat chart ว่าตรงนี้คืออะไร
- แล้วมีกราฟให้เห็นเป็นภาพว่า intensity หรือ beat มันขึ้นมันลงอย่างไร ที่ไหน ตอนไหน
มาดูตัวอย่างกัน จากเกมสมมุติ Legend of the Time Rift1
- จะเห็นตัวเลข Intensity ที่ background สีแดง
- ตัวเลขนี้มาจากไหน?
- ปกติแล้วเค้าจะมี scale แบบ 1-10 แล้วก็เดา ๆ เอาว่าตรงนี้มันประมาณนี้นะไรงิ
- จุดนี้คือสิ่งที่เราต้องออกแบบครับ คือนักออกแบบควรจะวางแผนตรงนี้ ว่าแต่ละจุดของเกมมันเข้มข้นขนาดไหน แล้ว flow ของความเข้มข้นนั้นเป็นอย่างไร
- แล้วก็ใช้ Intensity Curve + Beat Chart ในการช่วยออกแบบ flow ของเกมครับ
- อันนี้มันก็แล้วแต่รูปแบบของเกมด้วย ถ้ามันเป็น linear ก็ง่ายหน่อย
- ถ้าพวก open world ไรงิ มันก็จะคุมตรงนี้ยากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ลองไปเล่นgame open world ดูก็จะเห็นว่าเค้ามีเทคนิกที่จะทำให้ความเข้มข้นของเกมมันลื่นไหล
How to use it? ใช้ยังไง?
- ต้องรู้ก่อนว่าเกมมันมี flow ของมันอยู่ จากเริ่มไปจนจบ เราอยากออกแบบให้มันเป็นอย่างไร?
- ต้องรู้ด้วยว่าในเกมของเรานั้น
- อะไรทำให้ Intensity เพิ่ม
- อะไรทำให้ Intensyty ลด
- Intensity เพิ่ม เช่น
- ได้อาวุธใหม่ ได้ของใหม่ skill ใหม่
- ศัตรูใหม่ ศัตรูยากขึ้น
- สู้กับ Boss
- เรื่องราวที่ตื่นเต้น
- ภาพ แสง สี เสียง ที่เร้าใจ
- Intensity ลด เช่น
- จุดพักของเกม เล่นเสร็จแล้วแวะมา save มาขายของในเมือง
- จุดที่เล่นง่าย ๆ
- แวะพัก วางแผน จัดการของ
- จุดสรุปคะแนน
- จำไว้ด้วยว่า Intensity มันขึ้นอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องลงด้วย เหมือนแต่งเพลงอ่ะครับ มันต้องมีขึ้นมีลงมี flow ของมันอยู่ ตรงนี้คือส่วนที่นักออกแบบเกมต้องรู้ คือ flow ของเกมหรือ pacing ของเกมนั่นเอง
- คราวนี้พอรู้แล้วก็เอามาใส่ใน beat chart
- ตอนใส่ตัวเลขที่เรากะเก็งออกมา เดา ๆ เอาครับ
- ตรงนี้คุณอาจจะสร้าง scale ของตัวเองขึ้นมาเช่น
- 1 = สู้กับลูกน้อง 1 ตัว
- 5 = Mini boss
- 10 = สู้กับ boss สุดท้าย
- แล้วก็เอามาเทียบ ๆ ลองดูว่ามันจะ flow แบบไหน
- ตรงนี้คุณอาจจะสร้าง scale ของตัวเองขึ้นมาเช่น
- Intensity Curve นี้เขียนได้หลายระดับ
- ดูทั้งเกม เช่นตัวอย่างข้างบนคือเขียนกว้าง ๆ คุมไว้ก่อนทั้งเกม
- ดูเป็นส่วน ๆ ไป คือรายละเอียดของ level ก็ได้
- คิดเลยว่า เริ่มต้นด่านนี้ไปจนจบ จะมี pacing อย่างไร ขึ้นลงแบบไหน ตรงนี้ทำอะไร ตรงไหนสู้ ตรงไหนพัก
- ลอง plot ตัวเลขดูแล้วมานึกซิว่า flow ที่เราอยากให้เป็นนั้นเป็นอย่างไร เหมาะสมกับรูปแบบของเกมของเราหรือไม่?
- ใน spreadsheet program จะมี function ใส่ graph ต่าง ๆ อยู่แล้ว ก็ลองใช้ดู
- ข้อดีคือพอคุณเปลี่ยนตัวเลข graph มันก็จะ update เอง
- ถ้าเขียนด้วยมือก็จะต้องลบกันหลายรอบหน่อย
- แล้วก็โยกย้ายตัวเลข โยกย้าย itemที่ทำให้ intensity ขึ้น/ลง ต่าง ๆ ในกระดาษก่อน
- จุดนี้คือจังหวะของการออกแบบ
- ลองนึกถึง flow ของเกมที่คุณอยากได้ จะตื่นเต้นตรงไหน? ตรงไหนจะพัก? ขึ้นลงอย่างไร มีท่อน hook มั๊ย? อีกครั้งมันก็เหมือนกับแต่งเพลงอ่ะครับ
- แล้วก็ลองไป test แล้วเช็คว่าได้ intensity อย่างที่อยากให้เป็นหรือเปล่า?
- ถ้าไม่ได้เพราะอะไร?
- Intensity เยอะไปจะทำอย่างไร?
- Intensity น้อยไปจะทำอย่างไร?
แบบฝึกหัด
- ทดลองต่อเนื่องมาจาก beat chart เกมที่เรากำลังทำอยู่ลองใส่ตัวเลขดู แล้ว plot เป็นกราฟออกมาให้ดูง่าย ๆ
- ถ้าไม่มีเกมที่ตัวเองกำลังทำก็ลองเกมที่เราชอบ ลองส่วนเล็ก ๆ ก่อนก็ได้แบบ
- ในด่านเดียวนั้น intensity มันขึ้นลงอย่างไร?
- อะไรที่ทำให้ intensity ขึ้น?
- อะไรที่ทำให้ intensity ลง?
- รูปแบบ flow ของเกมนั้นเป็นอย่างไรถ้า plot ออกมาเป็น graph?
- ถ้าทำบ่อย ๆ คุณก็จะเริ่มมองเกมที่ flow ของมัน
- ถ้าเข้าใจมากขึ้นคุณก็จะออกแบบ intensity flow ได้ดีขึ้นครับ
สรุป
- Beat Chart + Intensity Curve เป็น Game Design Tool ที่มีประโยชน์ในด้านการวางแผน flow ของเกม
- สิ่งสำคัญคือ เราเห็นเป็นภาพได้ง่าย ๆ
- พอเห็นง่าย ก็ปรับได้ง่าย เข้าใจ flow ของเกม
- เราใช้มันในการออกแบบ flow ของเกม
- แต่เกมแต่ละเกมไม่เหมือนกัน แต่ทุกเกมมีจุดเริ่มต้นและความเป็นไป(flow) ของมัน
- ต้องเข้าใจเกมของตัวเอง
- และคิดให้ได้ว่าจะออกแบบ flow นั้นอย่างไร
- อะไรที่จะช่วยให้ intensity ขึ้น
- อะไรลด
- อะไรใหม่
- จังหวะของเกมเป็นอย่างไร
- Intensity Curve ช่วยคุณได้
ขอให้สนุกกับการออกแบบเกมครับ
